รถ Mercedes-Benz มีประวัติ และ Logo มาจากอะไร

รถ Mercedes-Benz มีประวัติ และ Logo มาจากอะไร

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่มาของรถยนต์ Mercedes-Benz สัญชาติเยอรมันนี นั้นเป็นการจับมือกันของผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่สองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่แข่งกัน นั่นคือ

Daimler Motorengesells- Chaft โดยมีเจ้าของคือ โกท์ลีป ไดม์เลอร์ ผู้ประดิษฐ์รถยนต์สี่ล้อคนแรกของโลก กับบริษัท Benz & Cie ของ คาร์ลเบนซ์ นักประดิษฐ์คนสำคัญอีกคนหนึ่งในยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์

 

โกท์ลีป ไดม์เลอร์ (Gottlieb Daimler)

โฉมหน้าผู้ให้กำเนิดรถยนต์ Mercedes-Benz โกท์ลีป ไดม์เลอร์ (Gottlieb Daimler)

 

Carl Benz

คาร์ลเบนซ์ (Carl Benz)

 

โดยทั้งสองบริษัททำการควบรวมธุรกิจกันหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจและ ภาวะเงินเฟ้ออย่างหนัก อย่างไรก็ตามการควบรวมกิจการของสองบริษัทนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ โกท์ลีป ไดม์เลอร์ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว

 

ส่วนชื่อของ เมอร์เซเดส (Mercedes) ซึ่งมีความหมายว่า “ความสง่างาม” มีจุดเริ่มต้นมาจาก วิลเฮล์ม มายบัค (Wilhelm maybach) ผู้สืบทอดกิจการต่อจากโกทท์ลีบ โดยเขาได้ตั้งชื่อรถขนาด 35 แรงม้าที่ชนะการแข่งขันที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศษว่า Mercedes ตามชื่อของลูกสาวคนโตของเอมิล เยลลิเน็ค (Emil Jellneck) นายธนาคารขาวออสซี่ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถให้แก่ไดม์เลอร์ในขณะนั้น ชื่อนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้าของไดม์เลอร์นับแต่นั้นมา

 

ในปี 1926 ทั้งสองบริษัทได้ทำการควบรวมบริษัทและออกแบบเครื่องหมายการค้าขึ้นมาใหม่โดยนำเอาจุดเด่นของทั้งสองมาใช้ ชื่อของ Mercedes และ Benz จึงถูกนำมาล้อมรอบดาวสามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ของดีเอ็มจีและมีช่อชัยพฤกษ์เป็นตัวเชื่อมเครื่องหมายการค้า

 

Mercedes-Benz Logo

 

ซึ่งใครจะรู้ว่าต่อมาภายหลังรถยนต์แบรนด์นี้จะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับต้น ๆ ของโลก และดูท่าว่า นวัตกรรมต่างๆที่ทางค่ายทำออกมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมถนะการขับขี่ และมาตรฐานความปลอดภัยก็ดูทำได้ดีสมกับราคาที่ล่ำลือ จนคนไทยยุคนึงถึงกับตรีตราว่าใครขับเบนซ์ คนนั้นมีอันจะกิน

 

ใน ยุค 4.0 เอง เบนซ์ได้มีการออกแบบรถยนต์บางรุ่นที่ราคาจับต้องได้ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ฉลาดเลือกด้านความคุ้มค่าในมาตรฐานการขับขี่ระดับสูง เพราะถึงแม้ว่ามีรถยนต์หลายแบรนด์พยายามพัฒนาระบบการใช้งานอัจฉริยะต่าง ๆ ออกมา แต่เรื่องความเสถียรของระบบ เบนซ์ก็ยังทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดในแทบจะทุกด้าน อย่างไรก็ดีการพัฒนารถยนต์รุ่นท้อป เบนซ์ก็ทำได้ดีมากไม่แพ้กัน ที่พูดถึงคือรถยนต์รุ่น AMG ทั้งหลายที่ตอบสนองลูกค้าตลาดบน นอกจากจะมีเบนซ์ในครอบครองแล้ว ตัวผู้เขียนเองได้มีโอกาสไปทดสอบสมถนะของรถเบนซ์หลายๆรุ่น ในงาน AMG Driving experience 2019 ที่สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นการทดลองขับประเภทชนิดที่ว่าให้ทดลองขับแบบน้องๆนักแข่งมืออาชีพในสนามแข่งก็ว่าได้ ทั้งเหยียบเร่ง ทั้งเฆี่ยน เข้าโค้ง กระชาก กระทืบเบรก สะบักสบอมกันจนสงสารทั้งคนทั้งรถกันเลยทีเดียว

 

และผลที่ออกมาต้องขอบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเรื่องความสวยงามทั้งภายในภายนอก อัตราการเร่งแซงที่ตอบสนองดีเยี่ยม หนักแน่นมั่นคง แต่ยังให้ความสบายทั้งคนขับและผู้โดยสาร ไปจนกระทั่งระบบความปลอดภัยของ ABS EPS และอื่นๆอีกมากมายที่ต้องบอกว่าทำออกได้ดีจริงๆ เลยตัดสินใจว่ารถคันต่อไปคงหนีไม่พ้นถอยเบนซ์อีกคันมาครอบครองอย่างแน่นอน

 

 

ขอบคุณที่มารูปภาพประกอบและข้อมูลบางส่วนจาก:
www.grandprix.co.th/เมอร์เซเดส-เบนซ์-5/
www.thairath.co.th/content/184669

By |2019-04-12T23:27:17+07:00April 12th, 2019|Blog|